Facebook, Inc. และการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของสหภาพยุโรป-สหรัฐอเมริกาและสวิตเซอร์แลนด์-สหรัฐอเมริกา
Facebook, Inc. (“Facebook”) รับรองว่าปฏิบัติตามกรอบโครงสร้างการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของสหภาพยุโรป-สหรัฐอเมริกาและสวิตเซอร์แลนด์-สหรัฐอเมริกา (รวมเรียกว่า “กรอบโครงสร้างการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว”) กับกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา ว่าด้วยการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ลงโฆษณา ลูกค้า หรือพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของเราในสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ในพื้นที่ซึ่งผู้ควบคุมข้อมูลของสวิตเซอร์แลนด์ใช้ Facebook ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูล (“พาร์ทเนอร์”) โดยเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และบริการที่อธิบายในส่วน “ขอบเขต” ด้านล่าง และในใบรับรองของเรา แม้ Facebook ไม่ได้ถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลตามกรอบโครงสร้างการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของสหภาพยุโรป-สหรัฐอเมริกา ดังคำตัดสินของศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป คดีหมายเลข C-311/18 หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว โปรดไปที่ www.privacyshield.gov
ขอบเขต: Facebook ยึดถือตามหลักการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว (ตามที่กำหนดในกรอบโครงสร้างการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวแต่ละฉบับ) สำหรับธุรกิจด้านต่างๆ ของเรา (รวมเรียกว่า “บริการของพาร์ทเนอร์”) ดังต่อไปนี้
  • Workplace: Workplace เป็นบริการที่ช่วยให้ผู้คนสามารถทำงานร่วมกันและแชร์ข้อมูลในที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พาร์ทเนอร์ (ผู้ว่าจ้างหรือองค์กร - ผู้ควบคุมข้อมูล) อาจส่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับสมาชิกของตนมายัง Facebook โดยมี Facebook Ireland เป็นผู้ประมวลผลและมี Facebook Inc. เป็นผู้ประมวลผลย่อย แม้ว่าพาร์ทเนอร์และสมาชิกจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะส่งข้อมูลใด แต่ข้อมูลดังกล่าวมักครอบคลุมถึงข้อมูล เช่น ข้อมูลติดต่อทางธุรกิจ ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าและพนักงาน เนื้อหาและการสื่อสารที่พนักงานเป็นผู้สร้าง และข้อมูลอื่นๆ ภายใต้การควบคุมของพาร์ทเนอร์ ทั้งนี้ หากสมาชิกต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สมาชิกสามารถติดต่อพาร์ทเนอร์ผู้ถือบัญชี Workplace ของตนและขออ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Workplace ได้
  • โฆษณาและการวัดผล: Facebook เสนอผลิตภัณฑ์โฆษณาและการวัดผล และ Facebook อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากพาร์ทเนอร์ที่ไม่ได้อยู่ในเครือ (ผู้ควบคุมข้อมูล) ผ่านทางบริการเหล่านั้น โดยที่มี Facebook Ireland เป็นผู้ประมวลผลและมี Facebook Inc. เป็นผู้ประมวลผลย่อย ซึ่งรวมถึงข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลการติดต่อและข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้งานหรือปฏิสัมพันธ์ของแต่ละบุคคลที่มีกับพาร์ทเนอร์ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ บริการ และโฆษณาของพาร์ทเนอร์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โฆษณาและการวัดผลของเรา ให้ไปที่หน้าเกี่ยวกับโฆษณา Facebook และนโยบายข้อมูลของเรา
Facebook จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดหาโดยพาร์ทเนอร์ของเราเพื่อนำเสนอบริการของพาร์ทเนอร์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่บังคับใช้กับบริการของพาร์ทเนอร์ที่เกี่ยวข้องและอื่นๆ ตามคำแนะนำของพาร์ทเนอร์
ทางเลือก ตามหลักการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว บุคคลมีสิทธิ์เลือกที่จะไม่ (i) เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนแก่บุคคลที่สาม หรือ (ii) ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากวัตถุประสงค์ที่เก็บรวบรวมหรือได้รับอนุญาตโดยบุคคลดังกล่าว ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูล Facebook ทำงานร่วมกันกับพาร์ทเนอร์เพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละบุคคลจะได้รับการเสนอตัวเลือกที่เหมาะสมซึ่งบังคับใช้ภายใต้หลักการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว
การเข้าถึง Facebook จะทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อให้แต่ละบุคคลสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่ Facebook เป็นผู้ครอบครองไว้แทนพาร์ทเนอร์ ทั้งนี้ อยู่ภายใต้ขอบเขตที่เราได้รับอนุญาตให้กระทำการนั้น และเพื่อให้สอดคล้องกับภาระผูกพันของเราภายใต้การคุ้มครองความเป็นส่วนตัว Facebook ยังจะกระทำการตามขั้นตอนที่เหมาะสมต่างๆ เพื่อให้แต่ละบุคคลสามารถแก้ไข ปรับปรุง หรือลบข้อมูลส่วนบุคคลที่แสดงให้เห็นว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ทั้งโดยตรงหรือเกี่ยวข้องกับพาร์ทเนอร์
บุคคลที่สาม Facebook อาจถ่ายโอนข้อมูลภายในกลุ่มบริษัทของ Facebook และไปยังบุคคลที่สาม ซึ่งรวมถึงผู้ให้บริการและพาร์ทเนอร์รายอื่นๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว Facebook จะรับผิดชอบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ โดยบุคคลที่สามซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ยกเว้นกรณีที่ Facebook ไม่ได้เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งความเสียหายใดๆ ตามที่กล่าวอ้าง
คำขอทางกฎหมาย ข้อมูลส่วนบุคคลที่พาร์ทเนอร์ถ่ายโอนมาให้เรา อาจต้องมีการเปิดเผยตามคำขอทางกฎหมายหรือกระบวนการทางศาลและทางรัฐอื่นๆ เช่น หมายศาล หมายค้น หรือคำสั่งต่างๆ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดอ่านส่วน “เราจะตอบสนองต่อคำขอทางกฎหมายหรือป้องกันภัยได้อย่างไร” ในนโยบายข้อมูลของ Facebook และส่วน “การเปิดเผยข้อมูล” ในนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Workplace
การบังคับใช้ การปฏิบัติตามหลักการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของ Facebook อาจได้รับการตรวจสอบและเป็นไปตามอำนาจการบังคับใช้ของคณะกรรมการการค้าของสหรัฐฯ
ข้อสงสัยและข้อโต้แย้ง โปรดติดต่อเรา หากมีข้อสงสัยหรือข้อกังวลใดๆ เกี่ยวกับการรับรองการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของเรา คุณสามารถเลือกระงับข้อโต้แย้งที่เกี่ยวข้องใดๆ ที่คุณมีกับเราที่เกี่ยวกับการรับรองของเราผ่าน TRUSTe ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระงับข้อโต้แย้งทางเลือกที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา คุณสามารถติดต่อกับ TRUSTe ได้ทางเว็บไซต์ ในบางกรณี กรอบโครงสร้างการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวอาจให้สิทธิ์ในการเรียกอนุญาโตตุลาการที่มีอำนาจผูกพันเพื่อระงับคำร้องที่ระงับไม่ได้ด้วยวิธีอื่น ดังที่อธิบายไว้ในภาคผนวก 1 ตามหลักการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวในกรอบโครงสร้างการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวแต่ละฉบับ นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของกรอบโครงสร้างการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ผู้ประสานงานอาวุโสของกระทรวงต่างประเทศแห่งสหรัฐฯ จะทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจการของรัฐสภาในการสนับสนุนการดำเนินการคำร้องที่เกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลที่ส่งจากสหภาพยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์ (ตามลำดับ) ไปยังสหรัฐฯ ของหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวของ Facebook โปรดอ่านนโยบายข้อมูล