7 เหตุผลที่คุณควรเพิ่มพูนทักษะให้กับพนักงานยุคมิลเลนเนียล

พนักงานรุ่นใหม่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงในที่ทำงาน แต่พวกเขามักจะขาดประสบการณ์ในเชิงปฏิบัติ ต่อไปนี้คือวิธีที่คุณจะช่วยเร่งการเรียนรู้และกระตุ้นแรงจูงใจของคนเหล่านี้ได้

การสื่อสารทางธุรกิจ | ใช้เวลาอ่าน 10 นาที
facebook upskill - Workplace from Meta

คน Gen Y หรือคนยุคมิลเลนเนียลอย่างที่ใครๆ มักจะรู้จักกัน คือผู้ที่เกิดในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ถึงช่วงก้าวเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ โดยนับรวมทุกคนที่ปัจจุบันนี้มีอายุราว 18-36 ปี

คน Gen Y คือใคร

คน Gen Y คือใคร

คน Gen Y คือผลผลิตของคนยุคเบบี้บูมเมอร์ ซึ่งเติบโตในระหว่างที่เกิดวิกฤติการเงินทั่วโลก ท่ามกลางการเกิดปฏิวัติดิจิทัล คนเหล่านี้เติบโตมาพร้อมกับอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ และคุ้นเคยกับโซเชียลมีเดียเป็นอย่างดี

พนักงานที่เป็นคน Gen Y มีความมั่นใจ ทั้งยังต้องการพิสูจน์ตัวเองและประสบความสำเร็จในที่ทำงาน

ด้วยเหตุนี้ จึงกล่าวได้ว่าคนเหล่านี้มีความสามารถด้านเทคโนโลยีและตามติดเทรนด์ดิจิทัลล่าสุดอยู่เสมอ โดยปกติแล้ว คน Gen Y มักจะให้ความสำคัญกับครอบครัวและขับเคลื่อนตัวเองด้วยสมดุลระหว่างการทำงานกับชีวิตส่วนตัว รวมถึงความสัมพันธ์ในที่ทำงาน

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มีความสำเร็จเป็นตัวขับเคลื่อน พนักงานที่เป็นคน Gen Y มักมีความมั่นใจสูงมาก ทั้งยังต้องการพิสูจน์ตัวเองและประสบความสำเร็จในที่ทำงาน

อุปสรรคต่อการรักษาพนักงานเอาไว้

แบบสำรวจล่าสุดจาก Robert Walters พบว่า 9 ใน 10 ของคน Gen Y ในอังกฤษมองว่าความก้าวหน้าในอาชีพการงานอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ [1]

แบบสำรวจอีกชิ้นหนึ่งจาก London Business School พบว่า 90% ของคน Gen Y มีแผนจะออกจากองค์กรภายในเวลา 5 ปี โดยผู้คนมากกว่า 30% เลือกจะทำงานที่เดิมเพียง 24 เดือนเท่านั้น [2]

ทำไมจึงต้องเพิ่มพูนทักษะ

ทำไมจึงต้องเพิ่มพูนทักษะ

การทุ่มเทกำลังและทรัพยากรให้กับพนักงานคนหนึ่งที่อาจลาออกไปแบบดื้อๆ เป็นความเสี่ยงที่ทุกองค์กรต่างก็ต้องเผชิญ แต่หากไม่มีการเพิ่มพูนทักษะ บุคลากรของคุณก็จะหยุดอยู่กับที่อย่างรวดเร็ว

90% ของคน Gen Y มีแผนจะออกจากองค์กรภายในเวลา 5 ปี

หากคุณไม่จัดการฝึกอบรม พนักงานเหล่านี้ก็มีแนวโน้มจะย้ายไปทำงานที่อื่น และคุณก็จะต้องหาพนักงานคนใหม่มาฝึกฝนให้พร้อมทำหน้าที่นั้น ซึ่งคุณอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างพนักงานเพิ่มด้วย

นอกจากนี้ คน Gen Y เองยังต้องการการฝึกอบรมและความก้าวหน้าอย่างมาก ดังนั้น หากคุณมอบโอกาสให้คนเหล่านี้ได้เติบโตและก้าวหน้าในบริษัทของคุณ คนกลุ่มนี้ก็มักจะไม่ลาออกจากงานอย่างรวดเร็ว

ไม่ได้แย่ไปกว่าคน Gen X

ไม่ได้แย่ไปกว่าคน Gen X

แม้ว่าคน Gen Y จะลาออกจากงานหากตนไม่ได้รับความสำคัญ แต่จริงๆ แล้วคนเหล่านี้ไม่ได้มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนงานบ่อยกว่าคน Gen X แต่อย่างใด

ในความเป็นจริง หากค่านิยมของบริษัทตรงกับค่านิยมของคนเหล่านี้ เช่น จริยธรรมและการฝึกสอน ความก้าวหน้าที่เห็นภาพชัดเจน ความยืดหยุ่น และการให้คำติชม คน Gen Y ก็จะยิ่งเป็นพนักงานที่ภักดีกับองค์กรมากขึ้นไปอีก

การเรียนรู้สำหรับคน Gen Y

การเรียนรู้สำหรับคน Gen Y

คนยุคนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่แต่ในชั้นเรียนหรือเซสชั่นการฝึกอบรมเป็นกลุ่มที่มีการวางโครงสร้างแต่อย่างใด คน Gen Y มีความสุขที่จะได้เรียนรู้จากสิ่งที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตน หรือทำงานร่วมกับผู้ฝึกสอนและโค้ชของงานนั้นๆ อย่างไรก็ตาม องค์กรก็จำเป็นต้องกระตุ้นให้คนเหล่านี้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยเช่นกัน

ใช้หลากหลายแนวทาง

ใช้หลากหลายแนวทาง

การฝึกอบรมไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่กับงานใดงานหนึ่งเท่านั้น การให้พนักงานได้ลงมือทำในโปรเจ็กต์ต่างๆ และฝึกอบรมข้ามสายงานกับแผนกอื่นๆ ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการเข้าใจวิธีดำเนินธุรกิจในภาพรวมจะช่วยให้เกิดประโยชน์ในทางอ้อมอย่างมหาศาล

เป้าหมายที่ชัดเจน ความก้าวหน้าที่ทำสำเร็จได้จริง

เป้าหมายที่ชัดเจน ความก้าวหน้าที่ทำสำเร็จได้จริง

คน Gen Y ต้องการเห็นเส้นทางในสายอาชีพที่ชัดเจน พร้อมเป้าหมายที่ทำได้จริง ต้องการมีอิสระในการจัดการกับการงานของตนเอง และกระตือรือร้นที่จะเห็นความก้าวหน้า

หัวใจสำคัญของการเพิ่มพูนทักษะให้กับคน Gen Y คือการส่งเสริมให้คนเหล่านี้ทุ่มเททำงานโดยอาศัยรางวัลและการชื่นชม

คน Gen Y ต้องการข้อมูลที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มจ้างงานว่าองค์กรคาดหวังสิ่งใดจากตนและตนจะได้สิ่งใดตอบแทนบ้าง

คนเหล่านี้ยังต้องการการจัดการ ซึ่งย้ำเตือนถึงเส้นทางและความก้าวหน้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน

ให้และรับ

ให้และรับ

หัวใจสำคัญของการเพิ่มพูนทักษะให้กับคน Gen Y คือการส่งเสริมให้คนเหล่านี้ทุ่มเททำงานโดยอาศัยรางวัลและการชื่นชม การคาดหวังให้พนักงานที่เป็นคน Gen Y ทุ่มเทพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่ตนไม่คิดว่าจะได้รับประโยชน์จากทักษะเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่แทบจะไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด

แจ้งให้ทราบถึงโอกาสต่างๆ ที่จะได้ร่วมงานกับผู้ฝึกสอนหรือโค้ชตลอดระยะเวลาที่กำหนด

คน Gen Y เป็นนักตั้งคำถาม จึงต้องการรู้ว่าตนเองจะได้สิ่งใดตอบแทนบ้าง

การสื่อสารคือหัวใจสำคัญ

การสื่อสารคือหัวใจสำคัญ

แจ้งให้พนักงานเหล่านี้ทราบอย่างชัดเจนว่าอาจต้องรอเป็นเวลา 2 ปีจึงจะได้เลื่อนตำแหน่ง และแจ้งให้ทราบถึงโอกาสต่างๆ ที่จะได้ร่วมงานกับผู้ฝึกสอนหรือโค้ชตลอดระยะเวลาดังกล่าว [3]

เมื่อคนเหล่านี้รับรู้ว่าการบรรลุเป้าหมายหรือการมีความสามารถตามทักษะที่กำหนดจะช่วยให้ตนบรรลุความตั้งใจได้มากขึ้น คนเหล่านี้ก็จะยิ่งมีแรงจูงใจในการทำงานกับคุณต่อ ตลอดจนเติบโตก้าวหน้าอยู่ในองค์กรของคุณ

[1] How often should you provide feedback to Millennial staff? Adam Kingl, Forbes (2014)
[2] Generation Y: Loyalty And Leadership, Robert Walters (2017)
[3] ’Millennial survey: winning over the next generation of leaders’, Deloitte (2016)

เชื่อมต่อถึงกันอยู่เสมอ

รับข่าวสารและข้อมูลเชิงลึกล่าสุดจากบุคลากรหน้างาน

เมื่อส่งแบบฟอร์มนี้ จะถือว่าคุณยินยอมที่จะรับการติดต่อสื่อสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับการตลาดจาก Facebook ซึ่งประกอบด้วยข่าวสาร กิจกรรม ข้อมูลอัพเดต และอีเมลส่งเสริมการขาย โดยคุณสามารถถอนความยินยอมและเลิกรับอีเมลดังกล่าวได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ คุณยังรับทราบว่าได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวบน Workplace แล้ว

บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่
ขอบคุณสำหรับความเห็นของคุณ

โพสต์ล่าสุด

การสื่อสารทางธุรกิจ | ใช้เวลาอ่าน 3 นาที

รูปแบบการสื่อสารส่งผลต่อวัฒนธรรมในที่ทำงานได้อย่างไร

การสื่อสารไม่ได้มีเพียงแค่คำพูด มาดูกันว่าการจำแนกรูปแบบการสื่อสารประเภทต่างๆ สามารถพัฒนาการทำงานร่วมกันและส่งเสริมวัฒนธรรมได้อย่างไร

การสื่อสารทางธุรกิจ | ใช้เวลาอ่าน 10 นาที

เปลี่ยนบริษัทให้กลายเป็นชุมชนด้วยโปรไฟล์ Workplace

โปรไฟล์ Workplace ที่เปิดตัวใหม่เป็นพื้นที่ที่ให้คุณได้สร้างสายสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและรู้จักคนในทีมมากยิ่งขึ้น มาดูกันว่าการอัพเดตใหม่ของเราจะช่วยให้ผู้คนได้เชื่อมต่อถึงกันและทำงานสำเร็จลุล่วงมากขึ้นได้อย่างไร

การสื่อสารทางธุรกิจ | ใช้เวลาอ่าน 10 นาที

สิ่งที่ควรใส่ใจในการร่วมงานเชิงธุรกิจ

การเชื่อมต่อและเครื่องมือการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นช่วยให้การร่วมงานกับธุรกิจอื่นๆ สามารถทำได้ง่ายกว่าที่เคย